ค้นหา
  • พีธากร ศรีบุตรวงษ์

จำแนกข้อเสนอด้วย Cone of suggestions

"...การรับฟังอย่างแท้จริง และไม่มีคำตอบที่กำหนดไว้มาล่วงหน้า จะแสดงให้เห็นว่าทุกความคิดเห็นและทุกข้อเสนอมีคุณค่า ไม่ใช่จัดกระบวนการขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงพิธีกรรม..." -พีธากร ศรีบุตรวงษ์-

ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมในสำนักงาน การประชาคมชาวบ้าน หรือแม้กระทั่งเวทีสาธารณะ เรามักเจอคำตอบที่หลากหลาย จนบางครั้งไม่สามารถจับต้นชนปลาย หรือจัดหมวดหมู่ข้อเสนอต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เป็นระบบได้โดยง่าย


เครื่องมือหนึ่งที่สามารถช่วยให้การจำแนกข้อเสนอง่ายขึ้น คือ Cone of suggestions ซึ่งผมได้คิดค้นขึ้นเพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางสำหรับผู้ทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการ ตลอดจนทำหน้าที่บันทึกข้อมูลในการประชุม


Cone of suggestions มีลักษณะเป็นกรวยปากกว้างทรงไอศกรีมโคน โดยแบ่งชั้นหรือจำแนกข้อเสนอออกเป็น 4 ระดับ ซึ่งชั้นบนสุดจะเป็นข้อเสนอที่มักพบมากที่สุด คือ ข้อเสนอระดับเทคนิค รองลงมา คือ ระดับหลักการ ระดับยุทธศาสตร์ และระดับกระบวนทัศน์ ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


1. ระดับที่ 1 ข้อเสนอระดับเทคนิค (Technical Level-Suggestion) เป็นข้อเสนอที่มีจำนวนมากในการประชุม ส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งเล็กๆ รวมถึงประเด็นปลีกย่อย ซึ่งบางครั้งอาจกลายเป็นคำบ่นหรือเป็นข้อเสนอแบบจุกจิก เช่น ในเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนารายการโทรทัศน์ ผู้ชมเสนอว่าต้องแก้ไขการพูดของพิธีกรให้นุ่มนวลขึ้น ออกอักขระคำควบกล้ำให้ชัดเจน เสนอให้เปลี่ยนโต๊ะที่ใช้ดำเนินรายการ เพิ่มแสงไฟให้สว่างขึ้น ฯลฯ เหล่านี้ ล้วนเป็นข้อเสนอระดับเทคนิคที่มักจะพบบ่อย และสามารถแก้ไขได้โดยง่ายด้วยการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนวิธีการ กระบวนการ ตลอดจนเพิ่มเทคนิค และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้ผลงานดีขึ้น


2. ระดับที่ 2 ข้อเสนอระดับหลักการ (Principle Level-Suggestion) คือ ข้อเสนอที่เป็นแนวคิด ทฤษฎี รวมไปถึงความรู้ที่เกิดจากการตกผลึกของบุคคล ข้อเสนอในลักษณะนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นหลักการ หลักปฏิบัติ รวมไปถึงพัฒนาเป็นกรอบภารกิจ ตลอดจนแนวทางในการดำเนินงานได้ เช่น ในเวทีประชาคมจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเสนอว่า เราต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนา ต้องรู้จักพึ่งตนเอง รวมกลุ่มช่วยเหลือกัน ก่อนจะขอพึ่งพิงความช่วยเหลือจากรัฐ ชาวบ้านบอกว่า เราต้องกระจายการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อจะได้เกิดความเป็นธรรม แต่อย่างไรก็ตามถ้าพื้นที่ใดลำบากที่สุด ก็ควรได้รับการช่วยเหลือก่อน ส่วนนายอำเภอกล่าว ชุมชนตัดสินใจอย่างไรทุกคนต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่เพราะเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ฯลฯ จะเห็นได้ว่าข้อเสนอเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเสนอเชิงหลักการทั้งสิ้น ซึ่งหลักการดังกล่าวสามารถแปลงเป็นวิธีการหรือแนวปฏิบัติที่หลากหลายได้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องแก้ไขในจุดใดจุดหนึ่งเหมือนข้อเสนอระดับเทคนิค





3. ระดับที่ 3 ข้อเสนอระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Level-Suggestion) เป็นข้อเสนอเชิงรุก มีวิสัยทัศน์ มุ่งให้เป้าหมายใหญ่ประสบความสำเร็จในเชิงระบบ ข้อเสนอในลักษณะนี้ไม่มีรายละเอียดมาก แต่ช่วยให้เห็นผลสัมฤทธิ์ และเห็นทิศทางในการขับเคลื่อนอย่างมีชั้นเชิง ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นข้อเสนอในเชิงนโยบายขององค์กรได้ ยกตัวอย่างในการประชุมกลุ่มผู้บริหารบริษัท กรรมการหลายคนให้ความเห็นว่าบริษัทต้องการยอดขายเพิ่มขึ้น 200% ในปีต่อไป แต่กำลังคนไม่เพียงพอ จึงเห็นว่าต้องสรรหาคนมาเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอในการสร้างแรงจูงใจพนักงานให้ทำยอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วยการเพิ่มคอมมิชชั่น และทำการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยใช้ดารานักแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นพรีเซนเตอร์ให้แก่สินค้า เป็นต้น จะเห็นได้ว่าข้อเสนอระดับยุทธศาสตร์จะเป็นการมองให้เห็นสภาวการณ์อย่างองค์รวม และกำหนดแนวทางในทุกมิติเพื่อที่จะขับเคลื่อนสภาวการณ์ปัจจุบันไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่การเสนอเพื่อเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดปลีกย่อย หรือเสนอในเชิงหลักการโดยไม่มีเป้าหมายหรือทิศทางที่ชัดเจน


4. ระดับที่ 4 ข้อเสนอระดับกระบวนทัศน์ (Paradigm Suggestion) คือ ข้อเสนอทบทวนความคิดความเชื่อ หรือวิธีคิดในการทำงาน ข้อเสนอในลักษณะนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือผลกระทบตลอดทั้งกระบวนงาน จึงมักถูกต่อต้านจากคนอีกส่วนหนึ่งที่มีความคิดไม่ตรงกันอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นความคิดที่อาจล้มกระดานหรือท้าทายความคิดความเชื่อและความสำเร็จทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีประวัติความเป็นมาและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนในเกณฑ์ดี ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนในรูปแบบที่เคยปฏิบัติกันมานาน แต่เมื่อมีผู้อำนวยการย้ายมาใหม่ ได้กล่าวว่าแม้นักเรียนจะมีผลสัมฤทธิ์ที่ดี แต่ใช่ว่านักเรียนจะมีความสุขหรือมีทักษะชีวิตที่ดี จึงเปลี่ยนนโยบายจากโรงเรียนแห่งผลสัมฤทธิ์ เป็นโรงเรียนแห่งความสุข และมีมาตรการลดชั่วโมงเรียน เพิ่มกิจกรรมนันทนาการ และเปลี่ยนรูปแบบการสอนจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาเป็นแนวทางของมอนเตสเซอรี่ หลังจากประกาศนโยบายไม่ทันข้ามวัน ผู้อำนวยการก็ได้รับการต่อต้านจากครูผู้สอนอย่างมาก เพราะครูไม่เชื่อว่าวิธีคิดหรือนโยบายของผู้อำนวยการจะนำไปสู่ความสำเร็จของโรงเรียนได้ ดังที่กล่าวถึงตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่า ข้อเสนอหรือนโยบายของผู้อำนวยการเป็นข้อเสนอเชิงกระบวนทัศน์ ในลักษณะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินงานและวิธีการที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแทบทั้งหมด ข้อเสนอหรือนโยบายนี้จึงได้รับการต่อต้านไม่มากก็น้อยซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และหากถามว่าความคิดของใครผิด ระหว่างความคิดของผู้อำนวยการหรือความคิดของครู ก็ไม่มีใครสามารถชี้ขาดได้ เพราะต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตน ทั้งนี้ความคิดความเชื่อที่ต่างกันนั้น มาจากจุดยืนที่ต่างกัน หรือเรียกว่ามีกระบวนทัศน์กันคนละแบบนั่นเอง

ไม่ว่าข้อเสนอจะอยู่ในระดับใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น คือ การรับฟังอย่างแท้จริง และไม่มีคำตอบที่กำหนดไว้มาล่วงหน้า ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าทุกความคิดเห็นและทุกข้อเสนอมีคุณค่า ไม่ใช่จัดกระบวนการขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงพิธีกรรม



พีธากร ศรีบุตรวงษ์

วิทยากรกระบวนทัศน์

ดู 37 ครั้ง

©2019 by วิทยากรกระบวนทัศน์. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now