ค้นหา
  • พีธากร ศรีบุตรวงษ์

สธ. เผยแนวทางจัดการศพ COVID-19 - ใช้โรงเย็นบรรจุศพ ประกอบพิธีกรรมได้ ไม่แพร่เชื้อ


ตามที่หลายคนมีความกังวลว่า เมื่อมีผู้เสียชีวิตแล้ว เชื้อไวรัสจะแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้หรือไม่ จนทำให้หลายพื้นที่ไม่ยอมให้มีการนำศพผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือ นำมาเผาหรือฝังในพื้นที่นั้น


เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำ “แนวทางการจัดการศพที่ติดเชื้อหรือสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับแก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 1 วันที่ 1 เมษายน 2563” โดยมีรายละเอียดทั้งขั้นตอนปฏิบัติ การใช้อุปกรณ์ป้องกันของบุคลากรทางการแพทย์ และคำแนะนำสำหรับญาติ อย่างละเอียด


ในส่วนการบรรจุศพ


ในเอกสารแนวทางดังกล่าวมีขั้นตอนแยกระหว่างการเสียชีวิตภายในโรงพยาบาล และภายนอกโรงพยาบาลที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้มีแนวทางโดยสรุป คือ

1. ถุงบรรจุศพ จะมี 2 ลักษณะ คือ กรณีที่ 1 ถุงบรรจุศพตามท้องตลาดทั่วไป (Commercial body bag) จะใช้บรรจุจำนวน 2 ถุงต่อศพ หรือ 2 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นจะมีความหนาอย่างน้อย 150 ไมครอน หรือ 6 มิล (mil) กรณีที่ 2 คือ กรณีใช้ถุงบรรจุศพแบบมาตรฐาน (OSHA standard body bag) จะใช้จำนวน 1 ถุงต่อศพ ซึ่งมีความหนาอย่างน้อย 450 ไมครอน หรือ 18 มิล (mil)


2. เมื่อต้องจัดการศพ จะไม่อาบน้ำทำความสะอาดศพ และไม่ฉีดน้ำยารักษาสภาพศพ


3. เมื่อบรรจุศพลงถุงเรียบร้อยแล้ว จะมีการเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อนอกถุงศพทุกชั้น และพลิกตะแคงถุงศพเพื่อเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อด้านล่างของถุงศพและพื้น


4. เมื่อบรรจุถุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะติดป้ายสัญลักษณ์แสดงวัตถุอันตรายทางชีวภาพ (Biohazard tag) โดยคล้องด้วยสายเคเบิ้ลคล้องซิป (Zip tie)

5. รวมถึงเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อที่รถเข็นศพตั้งแต่บริเวณมือจับจนถึงล้อ หรือ เช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ที่ศพนั้นอยู่ก่อนยกศพ โดยไม่ใช้อุปกรณ์ฉีดพ่นน้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อกับศพ ถุงศพ รถเข็นศพ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ในการจัดการศพ รวมทั้งการทำความสะอาดพื้นที่ที่พบศพ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรค ให้ใช้วิธีการเช็ด ซับ หรือล้างแทน


ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://drive.google.com/drive/folders/1MsTvxOv5AifIbmOY9Uafu7q3I87yP32g

เมื่อมอบศพให้ญาติ ญาติควรปฏิบัติดังนี้


1. ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ปฏิบัติงานในการประกอบพิธีทางศาสนา สามารถสัมผัสถุงศพภายนอกที่ผ่านการทำความสะอาดฆ่าเชื้อมาแล้ว โดยใส่ถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งชั้นเดียว และไม่มีความจำเป็นต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันชนิดอื่นอีก อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้สัมผัสถุงศพถ้าไม่จำเป็น เพื่อป้องกันอันตรายจากการสัมผัสกับเชื้อโรคอื่น ๆ และน้ำยาฆ่าเชื้อที่เปื้อนอยู่ด้านนอกถุงซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง


2. ห้ามเปิดถุงบรรจุศพ เพื่อดูศพ รดน้ำศพ ทำความสะอาดศพ เปลี่ยนเสื้อผ้า ฉีดน้ำยารักษาสภาพศพ หรือประกอบพิธีทางศาสนาอื่น ๆ การเปิดถุงบรรจุศพอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ตาย และถึงแม้จะมีการนำศพกลับไปบรรจุในถุงเดิมหลังนำศพออกมา การปนเปื้อนเชื้อโรคก็จะยังพบได้บริเวณภายนอกถุงศพ



3. สามารถใช้ วิธีการเผาศพหรือการฝังศพ สำหรับผู้เสียชีวิตที่ตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก็ได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึง ความเชื่อและประเพณีตามศาสนา ของผู้เสียชีวิต


4. การจัดตั้งศพเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาสามารถกระทำได้ตามปกติ โดยบรรจุถุงศพในโลงเย็น อย่างไรก็ตามแนะนำให้ทำการเผาศพหรือฝังศพโดยเร็ว เนื่องจากศพไม่ได้ผ่านการฉีดน้ำยารักษาสภาพศพ ทำให้ศพมีการเปลี่ยนแปลงสภาพได้เร็ว และอาจทำให้เกิดการรั่วซึมของของเหลวที่เกิดจากการเน่า


5. โลงเย็นและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่สัมผัสกับถุงศพระหว่างการประกอบพิธีทางศาสนา สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเช้อื 0.5% Hypochlorite solution


6. การเก็บเถ้ากระดูก สามารถกระทำได้ตามปกติ เนื่องจากเชื้อไวรัสถูกทำลายด้วยอุณหภูมิที่สูงไปหมดแล้ว


7. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่อย่างเคร่งครัดหน้า

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://drive.google.com/drive/folders/1MsTvxOv5AifIbmOY9Uafu7q3I87yP32g



อ้างอิง ข้อมูล และภาพ จาก

“แนวทางการจัดการศพที่ติดเชื้อหรือสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับแก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 1 วันที่ 1 เมษายน 2563” กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

ดู 71 ครั้ง

©2019 by วิทยากรกระบวนทัศน์. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now