ค้นหา
  • พีธากร ศรีบุตรวงษ์

วิเคราะห์ พชอ. ด้วย Iceberg model จะเห็น บางสิ่งที่ขาดหายไปในการทำงาน


การทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มุ่งเป้าหมายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ เป็นการทำงานที่มุ่งเน้นประสิทธิผล คือ เกิดผลที่คาดหวัง แต่ทว่า พชอ. หลายแห่ง ยังติดกับดักบางประการที่ทำให้งานยังไม่สามารถบรรลุผลที่ต้องการได้ และเมื่อผมนำ Iceberg model มาช่วยวิเคราะห์การขับเคลื่อน พชอ. ก็ทำให้เห็น Level บางชั้นที่หายไป หรือบาง Level ก็พบว่ามีความไม่ชัดเจน ไม่มั่นคง จึงขอนำมาอภิปรายแลกเปลี่ยนกันครับ




ระดับวิธีคิด (Mental model)

กล่าวคือ ต้องเชื่อมั่นในหลักการ

ยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เชื่อมั่นในกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งระดับนี้ เปรียบเสมือนเสาเข็มหรือรากฐานของบ้านที่ต้องทำให้มั่นคง โดยต้องทำให้กรรมการจากทุกภาคส่วนตระหนักว่าเป็น "เรื่องของพวกเรา"

อย่าหลงผิดคิดว่าเป็นเรื่องของหมอหรือสาธารณสุข

และนั่นจึงเป็นเหตุผลของการใช้คำว่าคณะกรรมการพัฒนา “คุณภาพชีวิต” ไม่ใช้คำว่า คณะกรรมการพัฒนา “ระบบสาธารณสุข” นั่นเอง



ระดับกลไก

ถือเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากได้คนที่มีใจและมีเป้าหมายร่วมกันมาทำงาน ก็ย่อมดีกว่าเป็นกลไกที่เนือยนิ่งแบบที่มีไว้เหมือนไม่มี บางครั้งเพื่อให้การทำงานเกิดความคล่องตัว ก็อาจพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานต่างๆ ขึ้นมาทำงาน

ถ้ากลไกเข้มแข็ง งานก็เดินได้ แต่เรามักมองข้ามที่จะพัฒนากลไก เรากลับมุ่งพัฒนาแต่เนื้องาน

ระดับประเด็น

ควรต้องมีวิธีการ เครื่องมือ หรือหลักเกณฑ์ช่วยในการพิจารณา บนพื้นฐานของกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน แต่ที่ผ่านมามักพบว่าการกำหนดประเด็นขับเคลื่อนจะถูกโน้มน้าว (Influence) โดยคนใดคนหนึ่ง หรือส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่ง ทำให้หลายภาคส่วนขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของ ซึ่งหากเกิดปรากฎการณ์เช่นนั้น ก็จะสะท้อนไปถึงระดับวิธีคิดที่ยึดได้ไม่มั่น

ทำให้คณะกรรมการคนอื่นๆ กลายเป็นเพียงไม้ประดับของกลไกเท่านั้น

นอกจากนี้ด้วยงบประมาณที่จำกัด ก็ควรพิจารณาใคร่ครวญให้ดีว่าจะขับเคลื่อนในเชิงปริมาณหรือคุณภาพอย่างไรให้เกิดผล


ระดับเครื่องมือ/กระบวนการ

พบว่า เป็นสิ่งที่ พชอ. ขาดมากที่สุด กล่าวคือ แม้ พชอ. จะมีการกำหนดเป้าหมาย แต่กลับไม่รู้ว่าจะเดินไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร เพราะไม่มีเครื่องมือ กระบวนการ หรือแนวทางซึ่งเป็นเหมือนเข็มทิศหรือลายแทงที่ช่วยในการเดินทาง พชอ. จำนวนมากจึงได้แต่มานั่งประชุมกันเป็นวาระหรือครั้งคราวไป

ด้วยเหตุนี้ เพื่อปิดช่องว่างที่หายไป พชอ. จึงควรพิจารณาใช้เครื่องมือ หรือกระบวนการ ที่เหมาะสมกับประเด็นขับเคลื่อน มาเป็นตัวช่วยในการดำเนินงาน

เปรียบเหมือนจอมยุทธที่ต้องมีวิทยายุทธ มีกระบวนท่า จึงจะต่อสู้ได้อย่างองอาจปราดเปรื่อง

เครื่องมือหรือกระบวนการที่อาจนำมาประยุกต์ใช้ได้ อาทิ วิจัยชุมชน วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม สมัชชาสุขภาพ ธรรมนูญชุมชน แผนที่ยุทธศาสตร์ ฯลฯ


ระดับกิจกรรม

การประชุมคือสิ่งที่ พชอ. ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การทำงานที่เกิดผลลัพธ์จะอาศัยแต่การประชุมในห้องประชุมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ มีเป้าหมาย มีกลยุทธ มีทิศทาง โดยนำเครื่องมือหรือกระบวนการที่เหมาะสม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของ พชอ.

ไม่ต้องถางทางใหม่ เพราะเหมือนมีตำราพิชัยสงครามเป็นแนวทางในการรบครั้งนี้

ระดับตัวชี้วัดความสำเร็จ

ถ้าระดับวิธีคิดแข็งแรง และระดับประเด็นถูกกำหนดอย่างมีส่วนร่วม ตัวชี้วัดความสำเร็จจะสอดคล้องและเกิดผลประโยชน์ต่อหน่วยงานทุกภาคส่วนไปโดยปริยาย แต่หากพิจารณาแล้วพบว่า

ตัวชี้วัดที่กำหนดขึ้นนั้นตอบสนองเพียงงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานอื่นไม่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

นั่นก็อาจสะท้อนได้ว่าการขับเคลื่อนยังติดกับความคิดแบบ “งานของหมอ งานของสาธารณสุข” ยังไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ “งานคุณภาพชีวิต” ที่มีชุมชนเป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมได้

.

.

พีธากร ศรีบุตรวงษ์

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

©2019 by วิทยากรกระบวนทัศน์. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now