ค้นหา
  • พีธากร ศรีบุตรวงษ์

Tacit knowledge & Explicit knowledge คืออะไร

อัพเดตเมื่อ: 12 ชั่วโมงที่แล้ว


การถอดบทเรียนเป็นวิธีการหนึ่ง ในการพัฒนางานหรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้ดีขึ้น หลักคิดสำคัญของการถอดบทเรียน คือ

“การเรียนรู้จากสิ่งที่ปฏิบัติจริง ไม่ใช่การเรียนรู้โดยอ้างอิงตำรา



ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงวงวิชาการ นิยมสร้างความรู้ด้วยวิธีการหรือเครื่องมือที่เรียกว่า “ถอดบทเรียน” ซึ่งก็มีทั้งที่ถอดบทเรียนอย่างเข้าใจ ถอดบทเรียนแบบคาดเดา และถอดบทเรียนแบบไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมก็มีเช่นเดียวกัน เครื่องมือหรือวิธีวิทยาในการถอดบทเรียนมีอยู่จำนวนมาก แต่ที่นิยมชมชอบคงหนีไม่พ้น การทบทวนหลังปฏิบัติการ (After Action Review: AAR) การวิเคราะห์กระบวนการเชิงระบบ (CIPP Model) แผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Mapping) การประเมินเสริมพลัง (Empowerment Evaluation) ฯลฯ


แต่บางทีการถอดบทเรียนก็สามารถประยุกต์ หรือกำหนดโจทย์การถอดบทเรียนโดยไม่ยึดติดเครื่องมือหรือโครงสร้างก็ได้ เรียกว่าเป็นการถอดบทเรียนแบบกึ่งโครงสร้าง และไร้โครงสร้าง ประหนึ่งจอมยุทธ์ที่มีกระบี่อยู่ที่ใจ ไม่มีกระบวนท่าที่ชัดเจน แต่พลิกแพลงไปตามสถานการณ์

ทั้งนี้แต่ละเครื่องมือ หรือแต่กระบวนท่าในการถอดบทเรียนก็มีจุดดี จุดเด่น จุดเน้น และความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป




ประเภทความรู้

ในกระบวนการถอดบทเรียน



โดยทั่วไปในวงวิชาการด้านการจัดการความรู้ ได้จำแนกความรู้เป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ความรู้ภายในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) และความรู้กระจ่างชัด (Explicit Knowledge)


๑) ความรู้ภายในตัวบุคคล หรือ ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge)


ได้รับการนิยามว่าเป็นความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ หรือได้เรียนรู้จนเกิดเป็นความรู้ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งกลายเป็นความเชื่อที่ฝังลึกอยู่ภายในบุคคล มีทั้งที่สามารถแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ และแบบที่ต้องใช้การซักถามจึงจะได้คำตอบออกมา


รูปธรรมที่เห็นได้ชัดมักแสดงออกผ่านการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือแสดงออกมาในลักษณะของทักษะหรือภูมิปัญญาเฉพาะตน ตัวอย่างเช่น ชายชราคนหนึ่งนั่งสานตะกร้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว สวยงาม โดยไม่ต้องเปิดคู่มือใดๆ มือกีตาร์ของวงดนตรีได้ฟังทำนองเพลงเพียงครั้งเดียวก็สามารถแกะคอร์ดเพลงได้ทันที เด็กมัธยมออกรายการทีวีคิดเลขในใจได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พ่อครัวมีรสมือที่ดีทำอาหารอะไรก็อร่อย


ทั้งหมดนี้ไม่ได้แสดงออกเพียงทักษะความสามารถ แต่มีความรู้ภายในตัวบุคคลที่ฝังลึกอยู่ภายใน ทั้งความรู้ด้านการจักสาน ความรู้เรื่องโน้ตดนตรีคอร์ดกีตาร์ วิธีการคิดเลขเร็ว ความรู้ในการปรุงอาหาร ตามลำดับ


สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการถ่ายทอดไปสู่บุคคลอื่น เราจะเรียกว่าเป็นความรู้ภายในตัวบุคคล หรือความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) แต่เมื่อใดที่ความรู้เหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดจากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่งไม่ว่าวิธีการใดก็ตาม เราจะขนานนามความรู้ที่ส่งไปว่าเป็นความรู้กระจ่างชัด (Explicit Knowledge)



๒. ความรู้กระจ่างชัด หรือความรู้ถ่ายทอด (Explicit Knowledge)


คือความรู้ที่สามารถส่งต่อจากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่งไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม อาทิ การบอกเล่า การเขียนหนังสือ ตำรา การบันทึกเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ ความรู้กระจ่างชัด หรือความรู้ถ่ายทอดมีทั้งความรู้ที่เป็นเรื่องราวโดยทั่วไป หรืออาจเป็นความรู้เฉพาะบุคคลที่ลอกเลียนกันยาก หรือเป็นความรู้ที่ยอมรับกันเฉพาะในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ได้


โดยทั่วไปความรู้กระจ่างชัดที่ดีควรได้รับการใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะสื่อสารไปยังผู้อื่น มิฉะนั้นสิ่งที่สื่อสารออกไปอาจเป็นเพียงข้อมูลข่าวสาร (Information) แต่หาใช่ความรู้ภายในตัวบุคคล หรือความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ที่ตกผลึกทางความคิดจนถ่ายทอดออกมาเป็นความรู้กระจ่างชัดหรือความรู้ถ่ายทอด (Explicit Knowledge) ที่ทรงคุณค่า


ยกตัวอย่างต่อเนื่องจากก่อนหน้า คือ เราอาจไปถ่ายทำสารคดีโดยให้ชายชราที่สานตะกร้าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวเป็นผู้เดินเรื่อง ให้เห็นว่ามีวิธีการเลือกไม้ไผ่อย่างไรเพื่อมาทำวัสดุสานตะกร้า และมีเทคนิควิธีการอย่างไรที่ช่วยให้สานตะกร้าได้สวยงามและว่องไว แม้เราจะทำตามหรือลอกเลียนฝีมือได้ยาก แต่ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นชุดความรู้กระจ่างชัดที่ใช้ถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา


กรณีมือกีตาร์ที่ฟังทำนองเพลงเพียงครั้งเดียวก็สามารถแกะคอร์ดเพลงได้ทันทีนั้น เราอาจไปพูดคุยสอบถามว่ามีเทคนิคการแกะคอร์ดเพลงอย่างไร และต้องฝึกฝนอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านั้นมาเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะของเราในการแกะคอร์ดเพลง เป็นต้น


จะเห็นได้ว่าทั้งความรู้ภายในตัวบุคคลหรือความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) และความรู้กระจ่างชัดหรือความรู้ถ่ายทอด (Explicit Knowledge) ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวแต่อย่างไร จริงๆ แล้วอาจอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของเรา เพียงแต่ที่ผ่านมานั้นเราไม่ได้จำแนกความรู้ออกมาเป็นสองลักษณะเช่นนี้ และไม่ได้มีโอกาสที่จะหยิบยกหรือสกัดความรู้ภายในตัวบุคคลออกมาสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้เท่านั้นเอง


การถอดบทเรียนไม่ว่าจะใช้เครื่องมือใดก็ตาม จะมุ่งเน้นการสกัดความรู้ภายในตัวบุคคลหรือความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ออกมาเป็นความรู้กระจ่างชัดหรือความรู้ถ่ายทอด (Explicit Knowledge) ไม่ใช่การนำความรู้กระจ่างชัดไปอธิบายความรู้ภายในตัวบุคคล



พีธากร ศรีบุตรวงษ์

วิทยากรกระบวนทัศน์ x ParadigmSET.com

©2019 by วิทยากรกระบวนทัศน์. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now