ค้นหา
  • พีธากร ศรีบุตรวงษ์

6 พฤติกรรมของคนไทย ช่วยห่างไกล COVID-19


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมบางอย่างของคนไทย ส่งผลให้การแพร่ระบาดของ COVID-19 ไม่พุ่งกระฉูดเหมือนหลายประเทศในยุโรป รวมถึงในสหรัฐอเมริกา


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมบางอย่างของคนไทย ส่งผลให้การแพร่ระบาดของ COVID-19 ไม่พุ่งกระฉูดเหมือนหลายประเทศในยุโรป รวมถึงในสหรัฐอเมริกา พฤติกรรมหลายอย่างที่คนไทยถือปฏิบัติส่วนหนึ่งก็มาจากวัฒนธรรมที่เราถือปฏิบัติกันมานานชั่วนาตาปี ซึ่งหากได้พิจารณาให้ดีก็จะพบว่าพฤติกรรมบางอย่างที่คนไทยถือปฏิบัตินั้น ตรงข้ามกับต่างชาติเลยทีเดียว และพฤติกรรมเหล่านี้เองที่ช่วยให้คนไทยห่างไกล COVID-19 ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันครับ


1. ทักทายด้วยการสวัสดีและยกมือไหว้


นับเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การแพร่ระบาดลดลงอย่างมาก เนื่องจากการทักทายด้วยการสวัสดีและยกมือไหว้นั้น ลดการสัมผัสและความใกล้ชิดระหว่างบุคคลได้มาก อาจเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนถึง Social distancing ได้เป็นอย่างดี และเมื่อหันไปมองการทักทายของต่างชาติ จะพบว่าหลายประเทศใช้การจับมือ ใช้การกอด บางประเทศใช้การหอมแก้ม หรือใช้การนำ แก้ม หน้าผาก หรือจมูกมาสัมผัสกัน ฯลฯ ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง



2. อาบน้ำเช้า-เย็น


ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน จึงเป็นเรื่องปกติที่คนไทยจะทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดร่างกายก่อนออกไปพบปะผู้คน และหลังจากออกไปเผชิญโลกกว้างภายนอก หรือแม้บางครั้งที่ไม่ได้ออกบ้านไปสัมผัสมลภาวะหรือออกไปธุระข้างนอกที่ไหน แต่คนไทยก็จะอาบน้ำในช่วงเย็นหรือก่อนนอนอยู่ดี พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความสะอาดและสุขอนามัยให้แก่คนไทยได้เป็นอย่างดี


หันกลับไปดูในบางประเทศ ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น หรือแม้กระทั่งปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำ ได้ทำให้ประชาชนในบางประเทศอาบน้ำกันน้อยมาก อาจจะวันละ 1 ครั้ง หรือ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ นั่นจึงทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดและการสะสมของเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสต่างๆ ได้เป็นอย่างดี


3. ไม่อาบน้ำรวมกัน


ตามปกติแล้วคนไทยจะไม่อาบน้ำร่วมกับผู้อื่น และหากต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆ หากเลือกได้ คนไทยก็จะเลือกใช้ห้องอาบน้ำและห้องน้ำส่วนตัว มากกว่าห้องน้ำแบบรวม ขณะที่บางประเทศมีการอาบน้ำแบบห้องรวมจนเป็นเรื่องปกติ และมากกว่านั้นในบางประเทศ นิยมเข้าไปใช้ชีวิตโดยนั่งแช่น้ำร้อนแบบเปลือยเปล่าล่อนจ้อนในบ่อเดียวกัน รวมถึงมีการแช่น้ำในอ่างอาบน้ำต่อจากกันโดยไม่เปลี่ยนน้ำใหม่ก็มี


4. ใช้สายฉีดชำระ และกระดาษทิชชู่


คงเป็นเรื่องแปลกสำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ได้มาเข้าห้องน้ำในประเทศไทย แล้วเห็นสายฉีดชำระ เพราะในบางประเทศนั้นจะใช้เพียงกระดาษชำระหรือที่เราเรียกว่ากระดาษทิชชู่เท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทย การมีสายฉีดชำระถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรมีในปัจจุบัน และถ้าบางแห่งมีทั้งสายฉีดชำระและกระดาษทิชชู่อยู่ด้วยกันแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ สมกับชื่อว่าสุขาอย่างแท้จริง


การมีทั้งสายฉีดชำระและกระดาษทิชชู่นั้น ช่วยเพิ่มความสะอาดและสุขอนามัยให้แก่ผู้ใช้งานอย่างมาก โดยเฉพาะข้อมูลล่าสุด พบว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าปะปนในอุจจาระของผู้ป่วยด้วย นั่นจึงเป็นหตุผลสำคัญที่การทำความสะอาดอย่างหมดจดจะเป็นส่วนช่วยลดการสะสมและแพร่เชื้อได้


5. ไม่ใส่รองเท้าเข้าบ้าน


คนไทยโดยส่วนใหญ่นิยมถอดรองเท้าไว้นอกบ้าน ยกเว้นบ้านที่ทำการค้าขายก็อาจใส่รองเท้าเข้ามาบ้าง แต่กระนั้นก็จะถอดรองเท้าเมื่อต้องเข้าไปในโซนชั้นในหรือเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของบ้าน เพราะคนไทยจะตระหนักกันดีว่ารองเท้าที่เราใส่ไปนอกบ้านอาจเหยียบย่ำสิ่งต่างๆ และหากใส่เข้ามาจะทำให้บ้านสกปรกและอาจนำเชื้อโรคเข้ามาในบ้านด้วย


หันมาพิจารณาพฤติกรรมการใส่รองเท้าของบางประเทศ จะพบว่า ประชาชนไม่นิยมถอดรองเท้า ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา โดยจะใส่รองเท้าทั้งในบ้านและออกบ้านด้วยคู่เดียวกัน และบางครั้งก็ใส่รองเท้าไปถึงเตียงนอนเลยก็มี นั่นจึงอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสสามารถรุกคืบเข้ามาในบ้านได้อย่างง่ายดาย


6. ตื่นตัว


คนไทยมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างมาก ใครทำอะไร เกิดเหตุการณ์อะไร ก็จะรีบด่วนเข้าไปดูหรือเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่เสมอ จนเกิดเป็นคำที่เราคุ้นหูว่า “ไทยมุง” แต่ในเรื่องของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้เราจะมุงกันไม่ได้ เพราะต้องยึดหลัก Social distancing แต่เราต่างก็ติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด จนทำให้เราตื่นตัวอย่างมาก รีบเสาะหาหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และอาหารแห้งมาตุนกันไว้


แต่บางคนอาจถึงขั้นตื่นตระหนก หรือ “ตีตนไปก่อนไข้” ก็มี กล่าวคือ หวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาว่าติดไวรัสแล้วหรือยัง บางครั้งเครียดจนเป็นไข้ก็มี สิ่งเหล่านี้สะท้อนความตื่นตัวของคนไทยในการรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี


หันกลับไปมองประเทศฝั่งยุโรปและอเมริกา แม้ทางการจะประกาศให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ แต่เราก็จะเห็นข่าวที่ประชาชนไม่ให้ความร่วมมืออยู่บ่อยครั้ง เช่น การออกไปใช้ชีวิตตามปกติ ไปเดินเล่นในส่วนสาธารณะ ไม่กักตัวหรือไม่ทำงานจากที่บ้าน ฯลฯ ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ทำให้ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อในฝั่งตะวันตกสูงกว่าไทยหลายเท่าตัว

ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าประเทศเราจะมีวิถีปฏิบัติหรือพฤติกรรมที่ช่วยให้ห่างไกล COVID-19 แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ จิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น เพราะนั่นคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศของเรารอดพ้นจากวิกฤติการครั้งนี้ไปได้

ดู 190 ครั้ง

©2019 by วิทยากรกระบวนทัศน์. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now