ค้นหา
  • พีธากร ศรีบุตรวงษ์

ใครจะได้ VACCINE ก่อน

"...ประเทศของเราควรมีการจัดการเรื่องวัคซีนแบบไหน ใครควรได้ก่อน ใครควรได้ลำดับรองลงมา และอีกคำถามที่ท้าทาย คือ แล้วในความเป็นจริง สิ่งที่ควรจะเป็น จะเกิดขึ้นหรือไม่ ?? และนั่นคือคำถามสุดท้ายที่กำลังรอคำตอบ..."

แม้วัคซีนป้องกัน COVID-19 จะผลิตออกมาสำเร็จ แต่ไม่มีทางที่จะเพียงพอกับทุกคนในโลก หรือประเทศนี้อย่างแน่นอน และหากประเทศไทยของเรามีวัคซีนในจำนวนจำกัด คำถามสำคัญคือ ใครควรได้รับก่อน และ ในความเป็นจริงใครจะได้รับก่อนกันแน่

วันนี้ จึงขอนำทุกท่านร่วมกันพิจารณาว่า 6 กลุ่มต่อไปนี้ ใครควรได้รับวัคซีนก่อน และในความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร มาลองติดตามกัน

“...ถ้าไม่มีเรา ใครจะรักษาคุณ…”

1. บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้ก่อน

เหตุผลสำคัญ คือ พวกเขาเป็นนักรบแนวหน้าที่ต้องเผชิญกับเชื้อไวรัสโดยตรง เป็นคนที่มีความเสี่ยงสูง ถ้าหากบุคลากรเหล่านี้เจ็บป่วย ระบบสาธารณสุขก็จะอ่อนแอ สถานการณ์ก็จะย่ำแย่ลง เพราะไม่มีกำลังคนที่ต้องดูแลผู้ป่วย



“…ผมคือคนสำคัญของประเทศชาติ...”

2. คณะผู้นำประเทศได้วัคซีนก่อน

เพราะหากขาดผู้นำ ใครจะทำหน้าที่บริหารประเทศและรักษาความสงบสุขให้แก่บ้านเมือง คิดอย่างง่าย คือ ใครจะเป็นคนตัดสินใจหรือจัดการการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชาชน ถ้าหากขาดผู้นำที่คิดและตัดสินใจในเรื่องนี้ ก็อาจเกิดความวุ่นวายในสังคมได้ ฉะนั้น คณะผู้นำต้องได้ก่อน


“...มีเงิน ซื้อได้ทุกอย่าง...”

3. คนรวยกว่าได้วัคซีนก่อน

เพราะในความเป็นจริง วัคซีนในยามขาดแคลนย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา รัฐก็ไม่มีเงินพอที่จะซื้อหามาให้ประชาชนได้รับวัคซีนฟรีทุกคน ด้วยเหตุนี้ หากใครมีเงินมากกว่า ใครรวยกว่า ก็สามารถเข้าถึงวัคซีน หรือซื้อหาวัคซีนได้ก่อนอย่างแน่นอน


“...อย่าทิ้งพวกเราไว้ข้างหลัง...”

4. กลุ่มเปราะบางได้ก่อน ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต จะได้รับวัคซีนก่อนเพราะมีความอ่อนแอทางสุขภาพ หากกลุ่มคนเหล่านี้ป่วย อาจเสียชีวิตได้ง่ายกว่ากลุ่มปกติ และหากเป็นกรณีของเด็ก ประเทศชาติจะสูญเสียกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาและลดความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจ และชีวิต จึงต้องให้กลุ่มนี้ก่อน


“...พวกเราสำคัญกว่าที่คุณคิด...”

5. ผู้รักษาประตูได้ก่อน

กล่าวคือ ผู้ที่ทำงานในส่วนของการคัดกรอง ตรวจสอบ หรือเกี่ยวข้องกับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะตามสนามบินนานาชาติ ด่านพรมแดน และท่าเรือ ถือเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก และเป็นด่านหน้าที่ต้องเผชิญผู้ที่อาจนำเชื้อเข้ามาในประเทศ ด้วยเหตุนี้ ทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ด่านคัดกรองโรค เจ้าหน้าที่สนามบิน พนักงานสายการบิน พนักงานขับรถโดยสารระหว่างประเทศ ไปจนถึงแม่บ้านทำความสะอาดอาคารที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ก็ควรได้รับวัคซีนก่อนที่จะติดเชื้อและกลายเป็นพาหะของโรคเสียเอง


“…ทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน...”

6. แล้วแต่ดวง

กล่าวคือ เมื่อวัคซีนมีจำกัด และทุกฝ่ายตกลงกันไม่ได้ว่าใครควรได้ก่อน เพราะทุกคนคิดว่าตนเองสำคัญหมด ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน ด้วยเหตุนี้ วิธีการที่ยุติธรรมที่สุด และมีโอกาสเท่ากันทุกคน คือ การสุ่ม หรือการจับฉลาก เช่น สุ่มจากวันเดือนปีเกิด สุ่มจากหมายเลขบัตรประชาชน จับสลากใบดำใบแดงแบบเกณฑ์ทหาร เป็นต้น


หลังจากที่ทุกท่านได้เห็นทั้ง 6 แนวทางแล้ว ท่านอาจเสนอแนวทางที่ 7 เพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้ แต่ทั้งนี้ เราต้องมาช่วยกันคิดว่า ประเทศของเราควรมีการจัดการเรื่องวัคซีนแบบไหน ใครควรได้ก่อน ใครควรได้ลำดับรองลงมา และอีกคำถามที่ท้าทาย คือ แล้วในความเป็นจริง สิ่งที่ควรจะเป็น จะเกิดขึ้นหรือไม่ ?? และนั่นคือคำถามสุดท้ายที่กำลังรอคำตอบ

ดู 110 ครั้ง

©2019 by วิทยากรกระบวนทัศน์. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now